sommiay's profile(◡‿◡✿)~ ฉั น มี ค่ า แ ค...PhotosBlogLists Tools Help

sommiay Aetabut

There are no photo albums.
Lists
No list items have been added yet.

(◡‿◡✿)~ ฉั น มี ค่ า แ ค่ ไ ห น ~(◕‿◕✿) ゚¨゚✎・ ✿.。.:*

☆•:*´¨`*:• แ ม้ ว่ า คื น ห นึ่ ง ซึ่ ง - M i s s C a l l • :*´¨`*:•.☆
February 09

Internet Word Cyber


 
Internet ใครจะรู้บ้างเล่าว่า
สิ่งนี้จะนำพาคนที่ดีที่สุดในชีวิตมาให้ฉัน
ฉันเคยเจ็บช้ำเพราะความรักในนี้และไม่เคยคิดจะเจอมันอีก
และแล้ววันนี้ ตอนนี้ฉันกลับได้สิ่งที่มีค่า
นั่นคือความห่วงใย ความอบอุ่นที่ได้รับจากใครคนหนึ่ง
ที่คิดว่าใช่แล้วสำหรับฉันในตอนนี้
อาจจะเรียกว่ารัก คงยังไม่ได้
แต่ความรู้สึกดี ๆ มากมายที่มีในใจฉันตอนนี้...เกินคำว่ารู้จัก


เราพูดคุยกันผ่านระบบเครือข่ายนี้
และได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ แล้วก็ได้เจอกัน
แล้วก็พูดคุยกันตลอดมา
รวมระยะเวลาคงประมาณหนึ่งปีได้

เธอยังคนเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยแปรเปลี่ยน
จนสุดท้ายฉันได้ถามความหมายของการกระทำที่เธอได้ปฏิบัติมาตั้งแต่ต้น
ซึ่งคำตอบแรกที่ได้รับ ทำให้ฉันนิ่งไปชั่วขณะ
เพราะมันไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันหวังไว้

ฉันถึงกับหยุดพูดไป แล้วก็แก้ตัวเก้อ ๆ ก็ออกมา
ฉันถามไปเพื่อจะได้วางตัวถูก
แล้วสิ่งใดก็ไม่ทราบได้ดลใจให้เธอพูดขึ้นมาอีกทีว่า
จริง ๆ แล้วเธอรู้สึกดี ๆ กับฉัน แต่ไม่กล้าพูด
เพราะกลัวฉันจะมองเธอว่าเป็นเพียงพี่ชายที่แสนดี

พอได้ยินคำนี้ฉันได้แต่หัวเราะในความขี้อายของเธอ
เธอก็ได้บรรยายมาว่าเธอนั้นหน้าตาไม่ดี
ไม่ค่อยมีอะไรดี กลัวฉันไม่ชอบเธอ
สิ่งเดียวที่ฉันตอบเธอไปก็คือ “เธอเป็นคนดี”

ฉันไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วเธอเป็นคนดีสำหรับใคร ๆ มากแค่ไหน
แต่สำหรับฉันแล้ว ตอนนี้ เวลานี้ เธอคือคนดีที่สุดของฉัน

ในชีวิตฉันเคยผ่านความรักมาหลายครั้งหลายหน
ทุกครั้งก็ทำให้ฉันเจ็บช้ำมา แต่มาเจอเธอ...
ความหวาดระแวง เคลือบแคลงในใจของฉันกลับไม่มีเลย
มีแต่ความไว้วางใจ เชื่อใจเธอ

หรือนี่คือคนที่ฉันตามหา
อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน เราสองคนต่างก็รู้อยู่แก่ใจ
ฉันและเธออาจจะต้องมีเหตุที่ทำให้ความตั้งใจของเราสองคนมีอันต้องสลายไป

ฉันจะไม่นึกเสียใจเลยที่ได้เจอเธอ
มีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอคนนี้ของฉัน
การนับวันนับเดือนที่รอคอยใครสักคนได้จบสิ้นลงที่ตรงนี้แล้ว
ฉันยอมรับได้เต็มที่ว่าเธอคนที่ฉันมีความรู้สึกดี ๆ ด้วยอย่างมาก ....
December 09

ปาฏิหาริย์ความรัก


 
เรื่องเล่าของฉัน
 
 "ปาฏิหาริย์ความรัก กับ นักเรียน ม.ปลาย"
 
11 กันยายน 2546 /00:52:12

ฉันเคยคิดนะว่า ปาฏิหาริย์เป็นเรื่องเหลือเชื่อ... บางทีมันก็คล้าย ๆ กับโชค

ของคนเรานี่หล่ะ ที่เรารอการมาถึงของมัน....
 

ใช่... ตอนนี้ ปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นกับฉัน ในความรักของฉันเอง.
.
เมื่อหลายปีที่แล้วฉัน ได้รู้จักกับ.. แอม เด็กผู้ชายคนนึง
เค้าเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับฉันสมัยอยู่ประถม.. จนจบ ป.6 ฉัน
ก็ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวหันไปสนใจเค้าเลย คงเป็นเพราะความคุ้นเคยล่ะมั้ง
พออยู่มัธยมเราก็อยู่คนละโรงเรียนกัน แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเสมอ
แต่ก้อไม่ค่อยคุยกัน ....... ฉันเองก็มีแฟน แล้วก็เลิกกันมาได้สักระยะแล้ว
ฉันจำได้ช่วงนั้นก็ประมาณเดือน กุมภา มีการแข่งบาสระหว่างห้องของ นักเรียน ม.3
ฉันเองก็เป็นนักกีฬาด้วย พอการแข่งขันจบฉันเองก็จะกลับบ้านโดยรถเมล์ ..
ปกติแล้วฉันจะมีเพื่อนสนิทกลับด้วย แต่วันนี้ไม่ เพื่อนไม่ได้ กลับกะฉัน

ฉันนั่งรอรถคนเดียวที่เก้าอี้นั่งยาว.... สักพัก มี มอ'ไซด์ เด็กวัยรุ่น
คันหนึ่งเลี้ยวมาจอดตรงข้างทางใกล้ๆ กับรถเมล์ ที่จอดไว้ .....แอม
กระโดดลงมาจากมอเตอร์ไซด์ของเพื่อน พร้อมกับโบกมือบ๊าย บายเพื่อน
ตามประสาเด็กผู้ชาย เค้าเจอฉัน ... เค้ายิ้มให้ แล้วก็มานั่งลงข้างๆ ฉัน.......
ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เราสองคน ไม่ได้คุยอะไรกันสักเท่าไรนัก
แล้วฉันเองก็ไม่ได้สนิทอะไรกับแอม มากมาย คุยกันไปได้ 3-5 ประโยค แล้วรถก็ออก
 
แอมก็ลุกขึ้น จะไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน แต่ฉันไม่ลุก
แอมจึงเหลียวหลังหันมามองแล้วถามฉันว่า " ไม่กลับคันนี้เหรอ " ฉันบอกว่าไม่
เพราะว่าฉันขี้เกียจยืนไป แอมบอกว่า" ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรายืนเป็นเพื่อน
"พร้อมกับรอยยิ้มของแอม แต่ฉันก้อไม่ไปอยู่ดีหล่ะหลังจากวันนั้น
เราสองคนก็เจอกันบ่อยขึ้นและคุยกันบ่อยขึ้น พร้อมๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของแอม
เมื่อประถม แอมชอบแกล้งฉัน ว่าฉันต่างๆ นานา
แต่ว่าวันนี้แอมกลายเป็นผู้ชายพูดไม่เก่ง ขี้อาย เก็บอารมณ์เก่งมาก
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ฉันเองก็หาทางเข้าไปคุยและสนิทกับทางบ้านของเขา ซึ่งก็ได้ผล
ที่บ้านแอมชอบฉัน แอม เด็กผู้ชายที่เรียนไม่เก่ง ไม่เอาไหน ไม่สนใจการเรียน
วันนี้กลายเป็นแอม ที่สนใจการเรียนมากขึ้น เกรดเค้าดูจะดีขึ้นกว่าเก่า
แม่แอมเป็นคนพูดกับฉันว่าเดี๋ยวนี้เค้าเป็นอย่างไร ..... ฉันดีใจมาก ที่อย่างน้อย
ฉันได้เจอคนดีๆ เค้ามีอะไรหลายๆ อย่าง ที่ผู้ชายธรรมดาๆ ไม่มี
ถึงเค้าจะไม่เลิศเลอในสายตาใคร แต่เค้าก็จะเป็น ปาฏิหาริย์ ในใจฉันตลอดไป
นานเท่านาน..... ความบังเอิญที่ทำให้ฉันได้เจอกับเค้าอีกครั้ง ทำให้เราสนิทกัน
จนกระทั่งวันนี้ 7 เดือนกว่าแล้วที่ฉันมั่นคงต่อเค้า
และเห็นคุณค่าในตัวเค้าชัดขึ้นเรื่อยๆ ฉันจึงเชื่อว่า ปาฏิหาริย์ มีจริง แล้วเธอล่ะ
?!? เชื่อใน ปาฏิหาริย์อย่างฉันบ้างมั้ย
ฉันชอบตอนขึ้นเรื่องของสมุดบันทึกของทานน้ำมากเลย "
เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นในว่าที่ฟ้าสีใส และแดดสีจาง...."
 
 
 
Stay  Semiblue
August 06

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรัก

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรักที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งคือ 

" ถ้ารักกันแล้วเราขาดกันไม่ได้ " 
ยกตัวอย่างกรณีที่เราจะพบเสมอ 
ทันทีที่รู้ว่าคน (ที่เรา) รักจากไปสู่ที่ชอบๆ 

...คือไปอยู่กับคนที่เขาชอบมากกว่าเรา 
และที่ชอบของเขาเป็นที่ไม่ชอบของเรา 

ไม่ว่าหญิงหรือชายจะเกิดอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับ จะเป็นจะตาย 
หลายรายถึงกับสำเร็จความตายด้วยตนเอง...คิดว่าเป็นการบูชาความรัก 

ตัวอย่าง คนไข้สาวรายหนึ่ง 
แฟนหนุ่มมีอันต้องจำพรากจากไป...อยู่กับสาวอื่นแทน 

เธอพรอดพร่ำรำพันต่อหน้าจิตแพทย์ " 
หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 
แล้ว หนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา " 

เธอลืมไปว่าก่อนที่จะมีเขา เธอก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ 

" หนูรักเขามากค่ะ...คุณหมอขา 
คุณหมอคงเข้าใจใช่ไหมคะว่าหนูรักเขามากแค่ไหน" 

ถ้อยคำมากมายพรั่งพรูจากปากของเธอ 
ขณะที่กระแสน้ำตาที่คลอเบ้าหลั่ง 
ล้นท้นท่วม จนกระดาษทิชชูที่มีอยู่ไม่เพียงพอ 


จิตแพทย์เริ่มคิดถึงวัสดุผ้าที่มีคุณสมบัติในการซึมซับของเหลวได้มากกว่า... 

" คุณเข้าใจผิดเสียแล้วล่ะครับ คุณไม่ได้รักแฟนคุณหรอก " 
จิตแพทย์พูดบ้าง หลังจากฟังมานาน 

" คุณหมอหมายความว่ายังไง ก็หนูเพิ่งพูดไปแหม่บๆ 
ว่าถ้าขาดเขาเสียแล้วชีวิตของหนูก็อยู่ไม่ได้ "

น้ำเสียงเธอแสดงความไม่พอใจ จิตแพทย์พยายามอธิบาย 

"สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมดไม่ได้เรียกว่าความรักหรอกครับ 
เขาเรียกว่า...ภาวะกาฝาก 

ตราบใดที่คุณยังต้องพึ่งใครสักคนเพื่อความอยู่รอดของคุณ 
คุณก็ทำตัวเหมือนพยาธิ ในลำไส้ของเขา... 

มันทำให้ชีวิตคุณไม่มีทางเลือกและขาดอิสรภาพ 
มันกลายเป็นภาวะจำเป็นมากกว่าความรัก " 

คนไข้สาวช็อคไปชั่วขณะ 
นึกว่าจะได้รับคำปลอบใจที่มีคุณภาพสูงกว่า 
ที่เคยได้จากเพื่อนๆ ... 

แต่หมอยังพูดต่อทั้งๆ ที่คนไข้กำลังนั่งนิ่งตะลึงด้วยความมึนงง 
เหมือนจงใจ " ซ้ำเติม " ปัญญาสู่จิตอันขลาดเขลา 


"ความรักที่แท้ต้องมีอิสรภาพ...คนสองคนจะรักกันได้ก็ต่อเมื่อเขาทั้ง 
สองสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามลำพังอย่างไม่เป็นทุกข์ 

แต่เขาทั้งสองก็เลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อความสุขที่มากขึ้น " 


ฉับพลันทันใดในดวงใจของหญิงสาว...พุทธิปัญญาก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างพวยพุ่ง 

ดวงตาเห็นธรรมเป็นแสงสว่างส่องทางชีวิตให้หลุดพ้นจากหุบเหวห้วงอารมณ์อันมืดมิด... 

เธอใช้เวลาตั้งสติพักหนึ่ง สีหน้าเริ่มสงบ 
คิ้วผ่อนคลายขมวดรอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏที่มุมปาก ก่อนเปล่งวาจา 

"คำพูดของคุณหมอเปรียบเสมือน 
แสงตะวันที่สาดส่องทะลุทำลายกำแพงเมฆหมอกแห่งมิจฉา 
ทิฐิของดิฉันบัดนี้ดิฉันได้เห็นแล้วซึ่งสัจธรรม 
ต่อแต่นี้ไปจะขอดำเนินชีวิตที่เหลือตามรอยแห่งพุทธะ...สาธุ " 

จิตแพทย์ที่กล้าพูดเตือนสติแทนการพูดประคองใจท่านนี้ คือ Dr.Scott Peck 

ซึ่งได้เขียนบรรยายเหตุการณ์เรื่องนี้ในหนังสือขายดิบขายดีชื่อ 
The Road Less Traveled 

ซึ่งท่านได้ให้แนวคิด เรื่อง "ภาวะพึ่งพิง " (Dependency) 
ไว้ด้วยความหมายว่า 

เป็นภาวะที่เราไม่สามารถดำเนินชีวิตโดยปราศจากการดูแลเอาใจใส่จาก 
บุคคลอื่น 

ในภาวะปกติเราอาจต้องพึ่งพิงขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นในกรณีที่เรา 
ได้รับบาดเจ็บ หรือกำลังป่วย 

แต่หากเรามีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้วยังต้องพึ่งพิงผู้อื่นทางจิตใจ 
เพื่อช่วยให้ เราเป็นสุขี 

แสดงว่าสุขภาพทางจิตของเรากำลังย่ำแย่ เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ 

เวลาที่ผ่านไป จะช่วยเยียวยาบาดแผลให้สมานจนหายสนิท
พร้อมภูมิต้านทานทางใจที่มากขึ้น... 

คนที่มีสุขภาพจิตดีจะให้ความรักแก่ตัวเองเป็น
และดำเนินชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงใคร 

แต่อาจพึ่งพาในบางกรณี เพราะคนเราไม่ได้เก่งหรือทำเป็นหมดทุกอย่าง 

แต่ถ้าคุณถึงขั้น " ขาดเขาไม่ได้ " 
...จงอย่าเอาคำว่า " รักเขามากเหลือเกิน " 

มาลวงหลอกใจตัวเอง ยิ่งต้องถึงคิดฆ่าตัวตาย
...ยิ่งแสดงว่า " แม้แต่ตัวเอง ก็ยังไม่รัก " 

หลายคนคิดว่าถ้าฉันฆ่าตัวตาย 
จะทำให้เขารู้สึกผิดกับการกระทำของเขาที่ทิ้งเราไป 

ตั้งวัตถุประสงค์ของกิจกรรมว่า " เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต" 

...คิดอย่างนี้ส่วนใหญ่มักตายฟรี 

ปัจจุบันผู้หญิงไทยมีการศึกษา 
มีการงานและความสามารถไม่แพ้เพศชาย 

ไม่จำเป็นต้องอาศัยเพศชายเป็นผู้นำของชีวิตเหมือนหญิงไทยสมัยโบราณ... 

การอยู่เป็นโสด เป็นหม้าย หรือหย่าร้าง 
ไม่มีผลถึงกับทำให้วิญญาณต้องหลุดออกจากร่าง 


ผู้หญิงทั้งหลายจึงสามารถใช้ชีวิตด้วยตนเองได้อย่างมีความสุขและ 
ภาคภูมิใจ ในเกียรติของผู้หญิง 


และหากได้พบชายใด ที่เราเห็นว่าทำให้ชีวิตเรามีความสุขมากขึ้น
และดีขึ้นกว่าการ อยู่คนเดียว 

คุณก็อยู่ในฐานะที่มีโอกาสเลือก...ไม่ใช่จำเป็นต้องเลือก 
หรือจำใจเลือกเขามาเป็นคู่ชีวิต 

ขอกล่าวทวนประโยคเดิมที่จิตแพทย์ Dr.Scott Peck 
พูดกับคนไข้ด้วยภาษาต้นฉบับ 

" Love is the free exercise of choice. Two people love each 
other only when they are quite capable of living without 
each other but choose to live with each other " 

แต่หากคุณรู้สึกว่าจำยาก อาจท่องจำเป็นคำกลอน 
ร้อยกรองต่อไปนี้ก็ทำให้ง่ายขึ้น 

" แม้ต่างคนต่างอยู่ก็อยู่ได้ 
ถึงห่างไกลใจยังสุขทุกวสันต์
จะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกลไม่สำคัญ 
แต่ขอเลือกอยู่ด้วยกันฉันและเธอ "

ความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่าแม่

ค่ำวันหนึ่งผมได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่ภัตตาคารใหญ่แห่งหนึ่งกลางเมืองคลีฟแลนด์ 
เมื่อกินอาหารเสร็จแล้วก็คิดจะกลับบ้าน เพราะถึงเวลาควรกลับได้แล้ว
ผมเดินมาคนเดียวที่ลานจอดรถที่เปิดไฟสว่างไสว มีรถจอดเต็มไปหมด
เพื่อจะขับรถกลับบ้านเมื่อเดินมาถึงรถ ก็ไขกุญแจเข้าไปในรถ 
ปรากฏว่ามีวัยรุ่น3 คน ที่เดินตามมาห่างๆ 
โดยผมไม่เฉลียวใจว่าเขาจะมาดีหรือมาร้าย
ปราดเข้าเอาปืนจี้ที่ศรีษะ และให้เข้าไปในรถ ผมตกใจไม่กล้าร้อง
เขาให้ผมเข้าไปในรถ โดยนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ 
วัยรุ่นคนหนึ่งทำหน้าที่คนขับอีกคนนั่งที่เบาะหลัง 
โดยมีคนหนึ่งคอยเอาปืนจี้ผมตลอดเวลา
วัยรุ่นคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับก็สตาร์ทรถ และขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาเปิดเพลงดังมาก หัวเราะ พูดจากันเอะอะโวยวาย สูบบุหรี่ควันโขมงไปหมด
ผมอยู่ในภาวะที่เครียดมาก พอหมดภาวะนั้นแล้วก็เริ่มมีสติ
จึงขอบุหรี่เขาสูบมวนหนึ่ง เพื่อทำตัวให้เข้ากับสถานการณ์
ผมอัดบุหรี่เข้าไปเต็มที่ แล้วจึงเริ่มคุยกับเขาผมแสดงความจริงใจ 
โดยบอกเขาว่าผมเป็นนักเรียนไม่มีเงินมากหรอก 
ถ้าจะเอาเงินผมก็จะให้เงินทั้งหมดที่มีอยู่แต่ขอกระเป๋าเอกสารเอาไว้เถิด 
ว่าแล้วเงินก็ให้เขาไปจนหมด
ผมขอให้เขาเบาเสียงเพลงลงหน่อย เพราะดังมากเขาก็ไม่ยอม 
ผมเลยชวนคุยเรื่องว่า เขาคงมีแฟนไม่ไปหาแฟนหรือ 
เขาก็ตอบแบบกระชากๆ ว่าไม่สนใจหรอกมีแฟนกี่คนก็ได้
ตอนนี้ก็มีกันทุกคนแต่ไม่สำคัญหรอก

ผมก็ถามว่ามาเที่ยวดึกๆ อย่างนี้พ่อไม่ว่าหรือ 
เหมือนนัดหมายกันทั้งสามคำรามใส่คำว่า พ่อ แถมพูดหยาบๆ 
และบอกว่าอย่าเอ่ยถึงพ่อได้ไหมพวกเขาเกลียดพ่อ 
ผมก็เลยเปลี่ยนมาคุยเรื่องแม่ ถามเขาว่าแม่รักเขาไหม
เขามีทีท่าอ่อนลง บอกว่าแม่รักเขา และตีพวกเขา
ผมได้ทีก็เลยชวนคุยเรื่องแม่ต่อไปอีก 
โดยบอกว่าเขาก็คงรักแม่เหมือนกับที่ผมรักแม่ 
และแม่ก็คงรักพวกเขาเหมือนกับที่แม่รักผม
ผมมาอเมริกาเพื่อศึกษา แม่ก็เป็นห่วงและคิดถึง
ถ้าแม่รู้ว่าผมตกอยู่ในภาวะอันตรายหรือเป็นอะไรไป
แม่คงจะโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก คงเหมือนกับแม่ของพวกเขาเหมือนกัน
ถ้าหากรู้ว่ามีอันตรายเกิดกับลูกแม่คงแทบสูญสิ้นชีวิต 
พวกเขานั่งเงียบและเบาเสียงวิทยุลง 
ผมเลยขอร้องเขาว่า อย่าทำอันตรายอะไรผมเลยให้นึกถึงความรู้สึกของแม่ 
ซึ่งถ้าหากรู้ว่าลูกได้รับอันตรายแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง 
ถ้าหากเขาอยากได้รถก็เอาไปเถิด อยากได้เงินก็ให้เงินไปแล้วแต่อย่าทำอันตรายผมเลย

ผมได้ยินเสียงกริ๊กจากปืนที่คนนั่งข้างหลังจ้องอยู่ คงเป็นการปลดกระสุนปืนออก
แล้วก็ยื่นปืนให้ผมพร้อมกับยื่นมือให้ผมจับ 
เขาบอกว่าจากวันนี้ไปเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ 
ผมก็จับมือเขาแล้วเราทุกคนก็หัวเราะพร้อมๆกัน

คนหนึ่งบอกว่าอยากดื่มเบียร์ 
เขาก็จอดรถ ซื้อเบียร์กระป๋องมาดื่มกันในรถที่ขับไป 
สุดท้ายเขาจอดรถในที่ใกล้ๆ หมู่บ้านแห่งหนึ่งบอกเขาจะไปกันละนะ 
เขาไม่เอารถหรอกจะคืนรถให้ ขอให้ผมโชคดีในการเรียน
จะได้กลับบ้านไปพบแม่ที่ผมรัก ซึ่งเขาก็รักแม่ของเขา
และเขาก็จะไปหาแม่ของเขาเช่นกัน 
พอเขาลงจากรถผมก็ขับรถกลับบ้านที่พักด้วยความรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ 

สิ้นปีนั้นผมก็ย้ายเมืองไปอยู่นิวยอร์กเมื่อจบการศึกษาด้านกุมารเวช
และเริ่มเรียนทางด้านจิตเวชต่อไปอีก ประสบการณ์นี้ผมไม่เคยลืมเลือน
คิดว่าตัวเองรอดชีวิตไม่มีอันตรายมาได้ด้วยคำว่า "แม่" นี่เอง

เรื่องนี้ก็ไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง ปีนี้เป็นปีที่แม่ของผม (ทองอยู่ นาควัชระ)
ได้รับเกียรติรับเลือกเป็นแม่ดีเด่นของชาติ แม่คงจะรู้เรื่องจากนิตยสารนี้แหละ
จะได้รู้คำว่า "แม่" นั้นศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองชีวิตลูกได้ และอยากให้ลูกทุกๆ คน

รักแม่ ให้แม่รักลูก เพราะเป็นสายใยอันเดียวที่จะทำให้มนุษย์อุ่นใจปลอดภัย
และเป็นมงคลกับชีวิต บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเทิดทูนบูชาพระคุณของ "แม่" ของคนทั้งโลกครับ

ในมุมหนึ่ง..อีกมุมหนึ่ง

.........ในมุมหนึ่ง....... 


หลายครั้งที่ฉันแอบมองหน้าเค้าเวลาที่เค้าเผลอ.. 
เค้าน่ารักมาก แต่ทำไมนะเค้าถึงไม่เคยแม้แต่จะชำเลืองมองฉันเลย

หลายครั้งที่เค้าคุยกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันกลับรู้สึกหึงไปมากมาย..
ทั้งที่เราเป็นแค่เพื่อนกัน..แต่เค้ากลับไม่เคยที่แคร์ความรู้สึกฉันเลย 

หลายครั้งที่ฉันสารภาพอย่างอ้อมๆกับเค้าว่าฉันแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่..
เค้าก็รับฟังแล้วหัวเราะแล้วบอกว่า..ดีแล้วล่ะที่เธอมีความรัก..แต่ใครน๊อ จะเป็นผู้ชายที่โชคร้ายคนนั้น 

หลายครั้งที่ฉันแกล้งทำสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น.เพื่อหวังให้เค้ามีความรู้สึกว่าหึงบ้าง 
แต่เค้าก็ไม่เคยจะยินดียินร้ายสักนิด...มิหนำซ้ำยังเข้าไปคุยกับผู้ชายคนนั้นอย่างดีหน้าตาเฉย 

หลายครั้ง..ที่ฉันถามเค้าว่า ถ้าเกิดเธอว่าเธอรู้สึกว่ารักใคร 
แล้วเค้าไม่เคยรักตอบหรือแม้แต่จะมองมาเลย เธอจะรู้สึกอย่างไร..เค้ากลับตอบว่า เรื่องของผม 

หลายครั้งที่ฉันไม่สบาย ฉันแค่อยากได้ยินคำว่า..
ทานยาหรือยัง เป็นห่วงนะ..แต่เค้ากลับแค่มองแล้วก็เดินผ่านไป 

หลายครั้งที่ฉันอยากให้เค้าเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์..
แต่เค้าบอกว่า..ไม่ดีหรอก..เดี๋ยวแฟนเห็น 

หลายครั้งที่ฉันโทรไปหาเค้า พยายามคุยแบบเพื่อนเพื่อให้เค้าไม่อึดอัดแต่เค้ากลับพูดมาว่า..
ทำไมถึงต้องโทรมาด้วย..อย่าทำให้ผมต้องพูดอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีออกไปนะ.. 

หลายครั้งที่ฉันอยากจะบอกความในใจออกไปให้เค้าได้รับรู้สักที..
แต่ทุกๆคำที่ฉันได้รับจากเค้า..มันเพียงพอแล้ว..ฉันไม่ต้องการที่จะบอกอะไรเลยกับเขา..ฉันไม่เกลียดเค้าหรอก 
เพราะคนเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกรักหรือเกลียดได้..ห้ามหัวใจกันไม่ได้หรอก.....
แต่ต่อไปนี้ฉันคงไม่กล้าที่จะมองเธอแล้วล่ะ ไม่คุย ไม่โทรไปหรือทำให้เธออึดอัดใจใดๆทั้งสิ้น
ลาก่อนนะคนดี...และลาก่อนความรักของฉัน...... 
 
     


.............อีกมุมหนึ่ง............. 


หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าคุณแอบมองผมอยู่..คุณรู้มั้ยว่ามันทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคุณ..คุณน่ารักมาก 
ผมไมเคยใจสั่นแบบนี้มาก่อนเลย..สายตาคุณทำไมถึงได้ทำให้ผมเป็นได้ขนาดนี้นะ.... 

หลายครั้งที่ผมต้องพยายามคุยกับผู้หญิงคนอื่นๆ เพื่อให้ไม่ให้คิดกับคุณมากไปมากกว่านี้.
แต่ผมห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้เลย..ทำไมนะ... 

หลายครั้งที่คุณบอกผมว่าคุณแอบหลงรักผู้ชายคนนึงอยู่..
คุณรู้ใหม หัวใจผมมันเจ็บปวดแค่ใหน..ทำไมถึงไม่เป็นผมนะ 

หลายครั้งที่ผมเห็นคุณสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น..ผมทรมานมากเลยรู้มั้ย...
ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า..คุณมีแฟนแล้วสินะ..สำหรับผม..เพื่อนเท่านั้นที่คุณรู้สึกสินะ..แต่ผมก็ยอมได้..เพื่อคุณ.... 

ทุกครั้งที่คุณถามผมว่าถ้าผมไปหลงรักใครโดยที่เค้าไม่เคยมองเลย 
ผมจะทำยังงัย..ผมตอบคุณไปแล้วนะ..เรื่องของผม..คุณรู้มั้ยว่านั่น 
เป็นคำพูดที่ผมตอบกับตัวเอง..นั่นสินะ..เรื่องของผมที่จะรักผู้หญิงคนนี้โดยที่เค้าไม่เคยสนใจผมเลยแม้แต่น้อย..... 

ทุกครั้งที่คุณไม่สบาย.คุณรู้มั้ยว่าถ้าผมเจ็บแทนคุณได้..ผมจะไม่รอช้าเลย..
คนดี..คุณรู้มั้ยว่าผมมองเห็นเค้าคนนั้นเอายามาให้คุณ..ผมไม่อาจทนดูภาพนั้นได้เลย..
อยากเข้าไปชกหน้าเค้า แต่ก็ทำไม่ได้..ผมถึงได้แค่มองแล้วก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ 
คุณคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมยืนมองอยู่นานแค่ไหนด้วยห้วใจที่ปวดร้าว ถุงยาในมือผมมันร่วงลงตอนไหนไม่รู้...... 

ทุกครั้งที่คุณบอกว่าจะให้ผมไปส่งคุณที่ป้ายรถเมล์..รู้มั้ยผมตื่นเต้นมากๆที่จะได้ไปส่งคุณ..
แต่ผมคงไม่ไปส่งคุณแค่ป้ายรถเมล์หรอก..ผมอยากส่งคนที่ผมรักให้ถึงบ้านเลย..แต่พอนึกถึงหน้าของผู้ชายคนนั้น 
แฟนคุณคนนั้น..ผมไม่อยากให้คุณมีปัญหา..ผมไม่อยากให้แฟนคุณเข้าใจผิด..
ผมถึงได้บอกกับคุณว่า ไม่ดีหรอก เดี๋ยวแฟนเห็น... 

หลายครั้งที่คุณโทรหาผม..หัวใจผมมันเต้นตามเสียงของโทรศัพท์ 
ผมไม่อยากรับโทรศัพท์คุณเลย..ผมไม่อยากให้ใจผมมันรักคุณไปมากกว่านี้อีกแล้ว..มันทรมาน..
และในที่สุดผมก็ไม่อาจทนรอให้มันดังอย่างนั้นได้อีกแล้ว..ผมรับและตัดสินใจบอกคุณไปว่า 
อย่าทำให้ผมต้องพูดอะไรที่จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเลย..
(คุณรู้อะไรมั้ยเพราะผมกล้วว่าผมจะสารภาพความในใจกับคุณที่มันเก็บไว้มานานออกไป..ผมกลัวใจตัวเองเหลือเกิน..
ถ้าผมเผลอพูดออกไป..คุณคงรู้สึกไม่ดี คงเกลียดผมและเดินจากผมไป.. 
....ผมไม่อยากให้คุณจากผมไปไหนทั้งนั้น..ผมรักคุณนะ..) 

แต่หลังจากวันนั้น..ทำไมคุณถึงเมินเฉยกับผมนัก..คุณรู้ตัวมั้ยสายตาที่คุณมองผมอย่างเย็นชานั้นน่ะ..
มันทำให้ผมไม่เป็นอันทำอะไร..เป็นเหมือนเดิมได้มั้ยคนดี..กลับมาเหมือนเดิมกับผมได้มั้ย..
แม้จะได้แค่เป็นเพื่อนกับคุณเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น แค่นี้ ผมก็สุขใจแล้ว 

..... เพราะอะไร..บอกผมสักคำ....... 

บางทีสิ่งที่คุณเห็น..หรือสิ่งที่คุณคิด... 
จริงๆ แล้วมันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย....คุณรักใครทำดีกับเค้าให้มากๆ 
เพราะเค้าก็อาจจะ พยายามทำดีเพื่อคุณอยู่ก็ได้..โดยที่คุณก็ไม่เคยได้รู้เลย

 

     


July 20

ค ว า ม ส ง สั ย . . . .

    

     
 
ฉันไม่รู้หรอก ว่า สิ่งที่ฉันคิดอยู่ในตอนนี้ มันคืออะไร ฉันขอเก็บความสงสัยเอาไว้อย่างเดียวพอ 
ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ในสิ่งที่ฉันรู้สึก 
 
 
 แค่สงสัยเท่านั้นเอง
 
 

July 15

- - - ค ว า ม รั ก อ อ น ไ ล น์ - - -

 
     
 
 
  การแสวงหาความรักที่ออนไลน์อยู่บนโลกไซเบอร์ใบนี้ 
ไม่ได้ง่ายดายหรือยากลำบาก
ไปกว่าการแสวงหาความรักในโลกแห่งความเป็นจริง
ที่มีผู้คนเดินสวนกันไปมาแม้แต่น้อย

มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากชีวิตจริง
คุณจะบอกได้ในทันที
ที่คุณเดินสวนกับใครสักคน และรู้สึกสะดุดตา
สะดุดความรู้สึกกับใครคนนั้นไหม ว่าคนๆนั้นคือ

คนที่ใช่....คือใครบางคนที่คุณตามหา
หรือคือคนที่คุณมั่นใจว่าจะวางอนาคตไว้ร่วมกับเขา
แน่นอน...หากคุณยังมีเหตุผลเพียงพอ
ที่จะไม่ปล่อยให้อารมณ์อ่อนไหววาบหวามเป็นตัวบงการ
ว่าคนที่คุณคิดว่า เขาอาจจะใช่คนที่คุณรอคอย
คือ คนที่จะร่วมชีวิตกับคุณ
จนกว่าคุณจะได้เรียนรู้
และพิสูจน์คนคนนั้นอย่างชัดเจนเสียก่อน

การแลกเปลี่ยนทางความคิด
กับคนพิเศษที่ออนไลน์มาพบกัน
อาจเริ่มต้นขึ้นอย่างเปิดเผยและง่ายดาย
ความสวยงามของตัวหนังสือที่พิมพ์ส่งมา
อาจมีมนต์ขลังเสียจนทำให้หัวใจของคุณ....
ผูกมัดด้วยจินตนาการงดงามของภาพฝันอุดมคติ
แต่คุณจะด่วนสรุปได้อย่างไรว่า.....
นั่นคือ......ความรัก
จนกว่าคุณจะก้าวออกมาจากโลกแห่งความฝันของคุณ
เพื่อมาพบกับความเป็นจริงที่คนคนนั้นเป็นอยู่

การปล่อยให้ตัวเองผูกพันกับจินตนาการ
มีแต่จะทำให้คุณพบกับความผิดหวังและปวดร้าว
หากภาพฝันนั้นไม่เป็นอย่างที่คุณคิด

ความรักไม่อาจเริ่มต้นระหว่างคนแปลกหน้า
และไม่ว่าคุณจะออนไลน์
คุยกับเขายาวนานนับปี
ด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคยเปิดเผยเพียงไร
กำแพงแห่งความแปลกหน้าก็ไม่มีวันพังทลายลง
จนกว่าคุณและเขาจะได้พบกันในโลกแห่งความเป็นจริง

รักแท้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายบนโลกสับสนใบนี้
และยิ่งไม่อาจค้นพบได้ง่ายดายในโลกที่มองไม่เห็น
ความรักต้องการการเรียนรู้
และเข้าใจอย่างลึกซึ้งระหว่างคนสองคน
ความรักคือการรู้จัก
เพื่อที่จะยอมรับในตัวตนของกันละกันอย่างแท้จริง

ดังนั้นหากคุณกำลังคิดว่า
คุณมีความรัก หรือเจ็บปวดกับคนพิเศษซักคน
ที่ออนไลน์มาพบกันประจำทุกวัน
ทั้งที่คุณไม่เคยได้ยินเสียง ไม่เคยเห็นหน้า
และไม่เคยจะรับรู้ความจริงว่า
เขาเป็นอย่างไรเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปกติ
หรือเพียงแต่หลงรักภาพอุดมคติที่ตัวเอง
เป็นคนสร้างขึ้นมา
ก็คือการพาเขาก้าวออกมาจากโลกแห่งจินตนาการใบนั้น
เพื่อมาพบกันในชีวิตจริง

จำไว้ว่า..หนึ่งปีที่คุยกัน...ก็ไม่เท่าหนึ่งวันที่ได้พบหน้า
เมื่อคุณพบเขา
คุณจะได้คำตอบกับตัวเองชัดเจนว่า
เขา คือคนที่คุณสมควรเรียนรู้
และรู้สึกพิเศษต่อไปหรือไม่
สีหน้า แววตา และภาษาท่าทางอื่นๆของเขา
คือสิ่งที่จะทำให้คุณรู้ชัดเจนได้มากกว่า...
ตัวหนังสือ ที่อ่อนหวานห่วงใยที่พิมพ์ส่งมา
หรือเสียงทางโทรศัพท์ว่าเขาคือเพื่อนที่จริงใจ
และต้องการผูกมัดกับคุณอย่างจริงจัง
หรือ เพียง แต่ ต้อง การ ให้ คุณ ตก หลุม พราง
ใน การ ใช้ ภาษา เพื่อ ความ สนุก ในเกม
หรือ ผล ประ โยชน์ ทาง อารมณ์
หากคุณรู้ตัวว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่อ่อนไหว
เชื่อคนง่าย และมองโลกในแง่ดีเกินไป
ก็จงอย่าใช้ หัวใจในการตัดสิน
และรับรู้ตัวหนังสือที่ผ่านมาทางอินเตอร์เนต
และจงใช้สมองในการอ่านทุกตัวอักษรอย่างมีสติ
อย่าปล่อยให้กับดักของภาษา พันธนาการหัวใจคุณ
อย่างที่ตัวฉันเองและเพื่อนๆ อีกหลายคนเคยเผลอไผลมาก่อน

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีเหตุผล
และเท่าทันเกมสนุกในโลกไซเบอร์นี้
จนรู้สึกชินชากับทุกตัวหนังสือทุกตัวที่พิมพ์ส่งมา
ก็ได้โปรดอย่าใช้ตัวหนังสือของคุณ
ตอบกลับไปในสิ่งที่ตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกรู้สา
เพราะคนที่ได้อ่านข้อความของคุณ
อาจเป็นเพียงมือใหม่ที่อ่อนไหว
และตกหลุมพรางของถ้อยคำที่คุณใช้ได้ง่ายดาย

To handle yourself, use your head,
To handle others, use your heart.

จงใช้สมองดูแลหัวใจของคุณเอง
และจงใช้หัวใจเพื่อดูแลหัวใจดวงอื่นๆที่ออนไลน์มาพบกับคุณ.....
หากคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งกำลังออนไลน์เพื่อค้นหารักแท้
ก็ขอให้คุณโชคดีและเดินทางในโลกไซเบอร์นี้อย่างปลอดภัย
จนกว่าจะพบใครซักคนที่พร้อมจะก้าวไปในชีวิตจริงกับคุณ
ที่สำคัญ....อย่าลืมระมัดระวังดูแลหัวใจคุณเองให้ดี
ตลอดการเดินทางครั้งนี้ด้วย

ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม
ขอให้เรายอมรับความจริงในข้อนี้
ฉะนั้นการคบหากับใครสักคน
ก็อย่าคาดหวังเสียจนเลิศเลอ
เพราะเขาก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเหมือนกับเรา
ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนอยู่ในตัว
การตั้งความคาดหวังไว้สูง
ก็เหมือนการขีดเส้นวงจำกัดไว้คับแคบ
ซึ่งสักวันเราอาจต้องสูญเสีย
ทั้งความรู้สึกและมิตรภาพ
สุดท้าย...เราก็ไม่อาจจะคบหาใครได้จริงจังเลย
  แม้แต่สักคนเดียว